dot dot
สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ article

สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ

          สวัสดีค่ะ นี่ก็เพิ่งผ่านบรรกาศปีใหม่ไปได้ไม่นาน ก็เข้าสู่ช่วงเทศกาลแห่งการเดินทางท่องเที่ยวกันอีกแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงเวลาปิดเทอม และยิ่งในเดือนเมษายน และเดือนพฤษภาคม ยังมีวันหยุดราชการติดต่อกัน หลาย ๆ ท่านจึงถือโอกาสพาครอบครัวไปพักผ่อนคลายร้อนและเสริมสร้างความรักความผูกพันธ์ในครอบครัว หรือเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ทางวีแคร์ อินชัวรันส์  โบรคเกอร์ ก็ขออวยพรให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย และมีความสุขกันโดยถ้วนหน้านะคะ

 เรื่องที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากการเดินทาง ซึ่งจากสถิติรายงานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนของกระทรวงคมนาคมในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2554 (29 ธันวาคม 2553 - 4 มกราคม 2554) พบว่ามีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้น 949 ครั้ง จำนวนผู้เสียชีวิต จำนวน 243 ราย และบาดเจ็บจำนวน 1,214 ราย ซึ่งมูลเหตุสันนิษฐานของการเกิดอุบัติเหตุ 3 ลำดับแรกคือ

   1. ขับรถเร็วเกินกำหนด คิดเป็นร้อยละ 54.73

   2. คนหรือรถตัดหน้ากระชั้นชิด คิดเป็นร้อยละ 16.23

   3.  เมาสุรา/ยาบ้า คิดเป็นร้อยละ 12.96

          จะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มาจากความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งมักมีสาเหตุมาจาก เมาแล้วขับ ง่วงแล้วขับหรือหลับใน และอุบัติเหตุที่เกิดจากการหลับในมักก่อความรุนแรงและเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินที่สูงมาก ทั้งนี้ก็เนื่องจากคนหลับในไม่มีสติ ไม่รู้สึกตัว จึงไม่มีการหักหลบหรือเหยียบเบรกเพื่อบรรเทาความรุนแรงลงได้เลย ฉะนั้นเพื่อให้การเดินทางในหน้าร้อนนี้ เป็นไปได้ด้วยความราบรื่นและมีความสุข สิ่งแรกที่ท่านควรปฏิบัติ นอกจากเตรียมสภาพความพร้อมของรถแล้ว คือไม่ประมาท และให้ปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดและที่สำคัญคือ ต้องเตรียมร่างกายให้พร้อม ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง โดยการนอนหลับให้สนิท แต่ปัจจัยสำคัญที่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท คือความกังวล ความตื่นเต้น หากท่านยังไม่สามารถตัดปัจจัยกระทบเหล่านี้ได้ ก็ขอแนะนำให้ใช้ยานอนหลับชนิดอ่อน ๆ ช่วยก็ได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนใช้ทุกครั้งนะคะ

          จากข้อมูลทางการแพทย์ แจ้งว่าคนที่อดนอนทุกวัน วันละ 1 ชั่วโมง ติดต่อกัน 1 สัปดาห์ จะมีอาการเหมือนคนที่มีปริมาณแอลกอฮอลล์ในร่างกาย 100 มิลลิกรัม ซึ่งหากเราเมาสุรา ยังมีเครื่องมือตรวจวัดได้ แต่ความง่วงความอ่อนเพลีย ไม่สามารถวัดได้ด้วยเครื่องมือใด ๆ แต่วัดได้ด้วยความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

          เมื่อผู้ขับขี่ได้เตรียมตัวเป็นอย่างดีแล้วหรือไม่ก็ตาม ขณะเดินทางตัวผู้ขับขี่หรือแม้แต่ผู้โดยสารเองก็พอจะสังเกตุอาการของคนง่วงนอนได้เช่นกัน ซึ่งมักจะแสดงอาการดังนี้

  • ขับรถช้าลง ๆ ทั้งที่มีโอกาสจะขับเร็วได้ เหตุผลเพราะเมื่อมีอาการง่วงน้ำหนักที่กดปลายเท้าขวาที่แป้นคันเร่งจะเบาลง ความเร็วรถก็จะช้าลง
  • ขับรถกระตุก เหตุผลเนื่องจากผู้ขับพยายามฝืน เมื่อง่วงจัดจนเกือบหลับ เท้าเหยียบคันเร่งจะแผ่วลง พอรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ก็จะรีบกดคันเร่ง รถก็จะพุ่งกระชาก สักพักก็จะแผ่วลง แล้วก็เร่งกระชากอีก

ถ้าท่านนั่งรถแล้วรู้สึกเช่นนี้ ขอให้ท่านรู้ไว้ว่าอันตรายมาเยือนแล้ว

  • สังเกตดูตาผู้ขับ จะเห็นว่าหนังตาบนค่อย ๆ ตกลงมา แล้วเจ้าตัวก็พยายามเบิกหนังตาบนขึ้น
  • กระพริบตาบ่อย ๆ หรือพยายามสะบัดหัวไปมา
  • พูดน้อยลง หรือไม่ยอมพูด ถ้าพูดก็จะพูดช้า นาน ๆ คำ
  • ขับรถไม่ค่อยตรงทาง เริ่มออกด้านข้างนิดหน่อยแล้วดึงรถกลับทางเดิม

          ไม่ว่าท่านจะเป็นผู้ขับ หรือเป็นผู้โดยสารก็ตาม เมื่อสังเกตพบว่า ผู้ขับรถเริ่มมีอาการดังกล่าวข้างต้น ก็ขอให้เข้าใจว่าอันตรายเริ่มคลืบคลานมาหาแล้ว เนื่องจากผู้ขับเริ่มหย่อนความสามารถที่จะขับรถแล้ว ขอให้รีบหาทางแก้ไขโดยด่วน แต่ห้ามถามผู้ขับรถว่า "ง่วงหรือเปล่า" เพราะธรรมชาติของคน ทุกคนจะปากแข็ง แต่ให้ใช้วิธีชวนคนขับจอดรถข้างทาง หรือแวะปั๊มน้ำมัน โดยอ้างว่าจะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ต้องรอให้เห็นปั๊มน้ำมันก่อนแล้วค่อยชวนนะคะ ในรีบบอกคนขับเลยทันทีที่สังเกตอาการได้ อย่างน้อยก็เป็นการทำให้ผู้ขับรู้สึกตื่นตัวและเมื่อถึงที่จอดรถแล้วก็ชวนให้คนขับลงไปด้วยเพื่อให้เปลี่ยนอิริยาบท พร้อมกับหาผ้าเย็นเช็ดหน้าให้รู้สึกสดชื่น และวิธีการป้องกันก่อนออกเดินทาง คือ อย่าให้ผู้ขับรับประทานอาหารมาก แต่ให้ดื่มกาแฟสัก 1 ถ้วย และชวนพูดคุยระหว่างเดินทางบ้างเพื่อสังเกตอาการตอบรับ และที่สำคัญ ผู้โดยสารอย่านั่งหลับให้เป็นตัวอย่าง เสียงกรนของท่านอาจไปสร้างภวังค์ให้ผู้ขับเกิดอยากหลับตามก็ได้

          กรณีที่ขับรถคนเดียวและเกิดอาการง่วงนอนมาก แต่ไม่สามารถจอดแวะข้างทางได้ ให้ใช้วิธีจับจุด เช่น หลังศรีษะ ใต้จมูก หรือใช้ปลายเล็บนิ้วโป้งจิกลงบนปลายเล็บนิ้วก้อยของมือข้างเดียวกัน หรือบีบหัวนมตัวเองแรง ๆ จะช่วยให้ร่างกายเกิดการตื่นตัวขึ้นมาชั่วขณะได้ จะเห็นได้ว่าอาการง่วงหรืออาการหลับใน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ผู้ขับขี่จึงควรนอนหลับผักผ่อนให้เพียงพอ หากต้องขับรถควรหลีกเลี่ยงการทานยาทุกชนิดที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดอาการง่วงนอน ถ้าง่วงนอนมาก ๆ ไม่ควรฝืนขับรถต่อไปเด็ดขาดเพราะผู้ขับขี่อาจเกิดอาการหลับในจนก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนที่รุนแรงได้ 




สาระdd จากวีแคร์

โครงการชนแล้วแยก Knock for Knock "กรอก-แลก-แยกย้าย" article
ทำความสะอาดรถด้วยวิธีธรรมชาติ article
โดนทุบกระจก ทรัพย์สินสูญหาย...ประกันคุ้มครองหรือไม่ article
การเปลี่ยนช่องจราจร...ขณะขับขึ่บนท้องถนน article
ดูแลรถ..หลังลุยน้ำ article
ข้อปฏิบัติเมื่อยางระเบิด ในขณะขับรถบนท้องถนน article
รถเสียบนทางด่วน...จะทำยังไงดี! article
ทำยังไงดี...เมื่อขับรถชนสัตว์ article
ใช้รถมือสองอย่างไร ให้สบายใจตลอดทาง article
สาระน่ารู้ เกี่ยวกับการจดทะเบียนรถป้ายแดง article
ฤกษ์วันและเวลาดีดี ในการซื้อหรือออกรถ article
รู้เท่าทัน..ขายประกันทางโทรศัพท์ article
QR Code คืออะไร? article



dot
dot




Copyright © 2012 All Rights Reserved.

สำนักงานนายหน้าประกันภัย วีแคร์ อินชัวรันส์ โบรคเกอร์
โทรศัพท์. 02-8149849, 081-7000170, 089-4797799 โทรสาร. 02-8149849 เวลาทำการ. จันทร์ - ศุกร์ (8.30 - 17.30 น.)
Email. info@wecareinsure.com Website. www.wecareinsure.com